สงคราม “รัสเซีย-ยูเครน” เพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ-ความไม่แน่นอนเศรษฐกิจไทย

วิจัยกรุงศรี คาดผลพวงจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อสูงขึ้นมากกว่าคาด รวมถึงเพิ่มความไม่แน่นอนให้แก่ภาวะเศรษฐกิจไทย ชี้ผลกระทบขึ้นกับสถานการณ์ลากยาวแค่ไหน ระบุการบุกยูเครนของรัสเซียทำตลาดเงินปั่นป่วนทั่วโลก-กดดันกำลังซื้อ หวั่นลามเศรษฐกิจโลก

วันที่ 1 มีนาคม 2565 วิจัยกรุงศรีรายงานว่า โอมิครอนฉุดการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงต้นปี ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนส่งผลเงินเฟ้อไทยสูงขึ้นมากกว่าคาด สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนมกราคม ได้รับปัจจัยหนุนจากการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากการขยายตัวของปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์ภายในประเทศ และปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ รวมถึงภาคท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้นทั้งนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโอมิครอนบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง

แม้ในช่วงต้นปีการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอาจชะลอลงบ้างจากการระบาดของไวรัสโอมิครอน แต่ยังมีปัจจัยหนุนจากมาตรการพยุงกำลังซื้อประชาชน และกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ส่วนการลงทุนภาคเอกชนได้รับผลบวกจากการส่งออกที่ยังขยายตัว แต่อาจได้รับผลกระทบจากความล่าช้าในการดำเนินการของโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการขาดแคลนแรงงานในภาคก่อสร้าง ส่วนการบริโภคภาครัฐมีแนวโน้มหดตัวจากปีก่อน สอดคล้องกับวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี และแผนการใช้จ่ายตาม พ.ร.ก.เงินกู้ที่คงเหลือหลังจากใช้ไปจำนวนมากในปีที่ผ่านมา

ผลกระทบขึ้นกับความยืดเยื้อของสถานการณ์

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมจากสงครามรัสเซียและยูเครนที่ปะทุขึ้น หากสถานการณ์ไม่ลากยาวจนส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่าผลกระทบทางตรงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยจะไม่มาก เนื่องจากไทยมีความสัมพันธ์ทางการค้ากับรัสเซียและยูเครนคิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.52% และ 0.07% ของมูลค่าการค้ารวม ขณะที่ผลกระทบทางอ้อมจากการพุ่งขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ขยับขึ้นสู่ระดับสูงในรอบหลายปี จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปีนี้มีแนวโน้มที่จะเร่งขึ้นกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้มาอยู่ที่ 2.7% จากเดิม 2.0%

ทางการผ่อนคลายมาตรการ Test & Go เพิ่มเติม เพื่อหนุนการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว แต่ยังต้องจับตาสถานการณ์ความตึงเครียดรัสเซียกับยูเครน การประชุมของศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจโควิด-19 (ศบค.) วันที่ 23 กุมภาพันธ์ มีมติปรับปรุงมาตรการเดินทางเข้าประเทศตามนโยบาย Test & Go เพื่อช่วยสนับสนุนและเอื้อต่อการเดินทางเข้าประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ i) เพิ่มช่องทาง Test & Go ทางบกในจังหวัดที่กำหนด (หนองคาย อุดรธานี และสงขลา) และทางน้ำ (เฉพาะเรือยอชต์) ii) ยกเลิกการตรวจหาเชื้อโควิดด้วยวิธี RT-PCR สำหรับครั้งที่ 2 ในวันที่ 5 ที่เดินทางเข้าประเทศ ให้ปรับมาเป็นตรวจด้วยวิธี ATK แทน และ iii) ปรับลดวงเงินประกันสุขภาพจาก 50,000 ดอลลาร์ เป็นไม่น้อยกว่า 20,000 ดอลลาร์ เป็นต้น ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม

เพิ่มอุปสรรคการฟื้นตัวภาคการท่องเที่ยวไทย

หลังจากไทยมีนโยบายเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศด้วยมาตรการ Test and Go ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 หนุนให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมกว่า 3 แสนคน ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีก่อน และล่าสุดเดือนมกราคมมีจำนวน 133,903 คน ทั้งนี้ การปรับปรุงมาตรการดังกล่าวจะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดี ลดภาระค่าใช้จ่ายแก่นักเดินทาง

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน อาจกระทบต่อตลาดนักท่องเที่ยว โดยรัสเซียนับเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาไทยมากสุดติด 1 ใน 5 อันดับแรกตั้งแต่ไทยกลับมาเปิดประเทศ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่เดินทางมาเอง (Foreign Individual Tourism: FIT) และเป็นนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพการใช้จ่ายสูง ส่วนตลาดยูเครน ยังมีเพียงเล็กน้อยและเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยแบบเช่าเหมาลำ โดยหากสถานการณ์มีความรุนแรงแผ่ลามกว้างขึ้นในยุโรป จนกระทบต่อเส้นทางการบินจะเพิ่มความลำบากในการเดินทางของนักท่องเที่ยว การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวไทยอาจเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยดังกล่าวได้

ตลาดเงินปั่นป่วนทั่วโลก-เงินเฟ้อพุ่ง กดดันกำลังซื้อ

ในส่วนของเศรษฐกิจโลก การบุกยูเครนของรัสเซียเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อโลก หากสถานการณ์รุนแรงจะกระทบการฟื้นเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะยุโรป รัสเซียเข้าโจมตีกรุงเคียฟและอีกหลายเมืองของยูเครน ด้านสหรัฐ อังกฤษ และสหภาพยุโรปได้ประกาศคว่ำบาตรโดยห้ามทำธุรกรรมด้านการค้าและการลงทุน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงและธนาคารบางแห่งของรัสเซีย ล่าสุดสหรัฐฯและพันธมิตรเตรียมตัดธนาคารบางแห่งของรัสเซียออกจากระบบชำระเงินระหว่างธนาคารทั่วโลก (SWIFT) ด้าน NATO ยืนยันว่าจะไม่ส่งกำลังทหารเข้าไปในยูเครนเนื่องจากมิได้เป็นสมาชิก NATO

การโจมตียูเครนของรัสเซียส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกผันผวน ความขัดแย้งกับสหรัฐและชาติพันธมิตรทวีความรุนแรง ราคาน้ำมันดิบพุ่งเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูงสุดในรอบหลายปีนับตั้งแต่ปี 2557 ความตึงเครียดดังกล่าวกระทบราคาพลังงานเนื่องจากรัสเซียเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก และยังเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติอันดับ 2 ของโลกโดยส่งออกก๊าซไปยังยุโรปผ่านทางท่อส่งในยูเครน นอกจากนี้ รัสเซียและยูเครนยังเป็นผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญ เช่น ข้าวสาลี และข้าวโพด

วิจัยกรุงศรีประเมินว่าในเบื้องต้น สถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมากกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ กดดันกำลังซื้อ ต้นทุนการผลิต และสร้างความยากลำบากในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ แต่หากสถานการณ์ทวีความรุนแรงอาจส่งผลต่อภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงปัญหาการขาดแคลนไมโครชิปเนื่องจากรัสเซียและยูเครนเป็นผู้ผลิตก๊าซนีออนและแร่พาลลาเดียมซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญ ภาวะสงครามและการคว่ำบาตรที่รุนแรงอาจกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะยุโรป ซึ่งเชื่อมโยงอย่างมากกับรัสเซีย ทั้งในแง่พลังงาน ภาคเศรษฐกิจ และภาคการเงิน

เศรษฐกิจสหรัฐโตต่อเนื่องท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อ แต่ปัญหาความตึงเครียดในยูเครนอาจกระทบการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ในเดือนมกราคมดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) เพิ่มขึ้น 5.2% YOY สูงสุดในรอบ 40 ปี ขณะที่การใช้จ่ายส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 2.1% MOM สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 ส่วนในเดือนกุมภาพันธ์ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัด ซื้อรวมภาคการผลิตและบริการเบื้องต้น (Flash PMI) ปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือนสู่ระดับ 56.0 ล่าสุดจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 19 กุมภาพันธ์แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มการแพร่ระบาดที่ 1.48 ล้านราย

จับตาผลกระทบเฟดขึ้นดอกเบี้ย

เศรษฐกิจสหรัฐยังมีสัญญาณบวกในตลาดแรงงานและการปรับตัวดีขึ้นของภาคการผลิตและภาคบริการโดย Flash PMI ล่าสุดฟื้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือนหลังการระบาดของโอมิครอนคลี่คลาย ขณะที่แรงกดดันด้านราคายังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปัจจัยเหล่านี้อาจหนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 bps ในการประชุมเดือนมีนาคมนี้ อย่างไรก็ตาม หากวิกฤตในยูเครนรุนแรงขึ้นจนส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว อาจกดดันการตัดสินใจปรับดอกเบี้ยของเฟดหลังเดือนมีนาคม

เศรษฐกิจเผชิญความไม่แน่นอน

สัญญาณกระเตื้องขึ้นของเศรษฐกิจจีนอาจเผชิญความไม่แน่นอนจากมาตรการควบคุมบริษัทด้านเทคโนโลยี ในเดือนมกราคมยอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้น 0.9% YOY เติบโตอีกครั้งในรอบ 9 เดือน ขณะที่ราคาบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 0.1% MOM กลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2564

ข้อมูลล่าสุดบ่งชี้สัญญาณปรับตัวดีขึ้นของการใช้จ่ายภาคเอกชนและภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีน ภายหลังจากทางการจีนทยอยออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน เช่น การปรับลดอัตราดอกเบี้ยและการปรับลดอัตราเงินสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR)

อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนจากปัญหาสภาพคล่องของผู้ประกอบการอสังหาฯ โดยล่าสุดบริษัทเฉินโรอาจผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ที่มีกำหนดไถ่ถอนในเดือนมีนาคมนี้ ขณะเดียวกันทางการจีนยังส่งสัญญาณว่าจะออกมาตรการควบคุมธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเมตาเวิร์สของเทนเซนต์ ซึ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่ในกลุ่มเทคโนโลยีและตรวจสอบธุรกรรม ซึ่งเกี่ยวโยงกับบริษัทแอนต์กรุ๊ปในเครืออาลีบาบา ปัจจัยเหล่านี้อาจช่วยดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินในระยะยาว แต่อาจกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะนี้

อ่านเพิ่มเติมที่ https://www.prachachat.net/finance/news-876385 

Tag : ที่ปรึกษาทางด้านอสังหาริมทรัพย์ บริการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์ รับปรึกษาพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ รับวิเคราะห์ตลาดก่อนการลงทุน ที่ปรึกษาด้านการลงทุนบ้านจัดสรร ที่ปรึกษาด้านการลงทุนคอนโดมิเนียม ที่ปรึกษาด้านการสร้างอสังหาริมทรัพย์ จัดทำFeasibilityStudy ที่ปรึกษาทางด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ที่ปรึกษาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัทบริหารสินทรัพย์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ บริการวางกลยุทธ์การเลือกทำเลธุรกิจ บริษัทบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ รับบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ บริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ ปรึกษาด้านการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ บริษัทบริหารเงินลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ บริการสำรวจและวิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ รับทำสรุปรายงานสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ บริการการวิจัยและให้คำปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ศูนย์การเรียนรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ วิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ รับทำแผนศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการ ที่ปรึกษาด้านการตลาดอสังหาริมทรัพย์ รับสรรหานายทุนรายใหญ่ รับสรรหานายทุนรายย่อย

ให้ทางเราเสนอตัวอย่าง

Genz Consutant Co., Ltd