พัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ ต้องทำบนพื้นฐานงานวิจัย

https://www.bangkokbiznews.com/social/906137

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) องค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “ยกระดับคุณภาพโรงเรียน ลดความเหลื่อมล้ำ : ภาคเหนือ” ภายใต้โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (Teachers & School Quality Program : TSQP) รุ่น 2 หรือ “โครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง” มีเป้าหมายให้โรงเรียนพัฒนาตนเองได้ทั้งระบบ (Whole School Approach)

ทั้งด้านการบริหารจัดการโรงเรียน และด้านการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนเกิดทักษะการเรียนรู้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ในครั้งนี้มีผู้บริหารและครูกว่า 680 คน จากโรงเรียนขนาดกลางพื้นที่ภาคเหนือ 185 แห่ง ใน 10 จังหวัดภาคเหนือ เข้าร่วม ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ จังหวัดเชียงใหม่

ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานคณะอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง กล่าวว่า การมาร่วมกันในครั้งนี้ เพื่อยกระดับคุณภาพโรงเรียน ซึ่งจะเป็นการนำร่องให้โรงเรียนได้ทั้งระบบ โดยผู้บริหาร ครู บุคลากรของโรงเรียนละ3คน เป็นตัวแทนมาประชุมร่วมกันเป็นเวลา 2 วัน จึงถือเป็นโรงเรียนแกนนำที่มาทำงานมุ่งยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ให้แก่เด็กๆ และวงการศึกษาไทย โดยโครงการนี้ จะเลือกโรงเรียนตามเป้าหมายร้อยละ10 ของโรงเรียนขนาดกลางทั้งประเทศที่มีอยู่ประมาณเกือบ 8,000 แห่ง

ในปีแรกทำได้ 290 โรงเรียน ปีที่สองอีก 433 แห่ง โดยมีทีมพี่เลี้ยงช่วยเป็นโค้ชช่วยหนุ่นเสริมการพัฒนาโรงเรียนทั้งหมด 11 เครือข่าย มีเป้าหมายที่เหมือนกันคือร่วมกันปรับปรุงโรงเรียนเหล่านี้ให้มีคุณภาพ สามารถยกระดับคุณภาพเด็กไทยให้สูงขึ้น นั่นจึงหมายความว่า พลเมืองไทยในอนาคตจะมีคุณภาพสูงขึ้น และทุกๆ ท่าน ณ ที่นี้จะเป็นผู้นำที่ร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลง โดยมี กสศ. และทีมพี่เลี้ยง11เครือข่ายร่วมทำงานกับโรงเรียน นี่คือหนึ่งในหัวใจสำคัญของ กสศ. ที่จัดตั้งขึ้นมาด้วย

“เป้าหมายของการพัฒนาโรงเรียน 10% เพื่อหวังว่าจะขยายผลได้อีก 90% ของโรงเรียนขนาดกลางให้เกิดการเปลี่ยนแลงไปด้วย เพราะเป็นโรงเรียนที่มีความหมายมากสำหรับเด็กที่ขาดแคลนและด้อยโอกาส เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างแรงในวงการศึกษาไทย โดยหัวใจสำคัญที่ต้องการเห็น คือ การศึกษาที่เด็กได้รับการพัฒนาครบทุกด้าน ไม่ใช่รู้วิชาเพียงส่วนเดียว และครูต้องไม่ใช่ครูสอนวิชา แต่ต้องเป็นครูสอนศิษย์ หัวใจคือลูกศิษย์ไม่ใช่วิชา ซึ่งนี่เป็นเป้าหมายที่สำคัญอย่างยิ่งของโครงการนี้ โดยทุกๆ คนจะเป็นผู้ที่ทำให้เกิด School Transformationเพราะจะเป็นการเปลี่ยนจากโรงเรียนสอนเด็กเป็นโรงเรียนของเด็ก” ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าว

ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าวย้ำว่า การประชุมเป็นการทำงานร่วมกันไปข้างหน้า เพื่อทำให้เกิด school transformation จากฐาน โดยโรงเรียนเป็นผู้ลงมือทำ ทาง กสศ. เป็นเพื่อน ช่วยใส่กลไกและมาตรการต่างๆ ที่จะทำให้ทุกๆ ท่านทำได้ด้วยตนเอง เพราะโรงเรียนที่เราอยากเห็น คือ โรงเรียนที่ไม่ใช่เด็กมีความสุขในการเรียนรู้อย่างเดียวแต่ครู ผู้บริหารต้องมีความสุข มีความมั่นใจ ความภูมิใจในการทำหน้าที่ ผู้ปกครองมีความสุขและมั่นใจว่าลูกของเขาจะได้รับการปูพื้นฐานที่ดี จึงเป็นเป้าประสงค์  ย้ำว่าไม่ใช่ กสศ. และทีมพี่เลี้ยง เป็นผู้ทำ แต่โรงเรียนเป็นผู้ทำเองโดยนัยยะสำคัญ ในปีที่สองนี้อยากเห็นบางโรงเรียนที่นำเทคนิควิธีบางส่วนของพี่เลี้ยงมาประยุกต์ ปรับให้เป็นความคิดรู้ตามบริบทของตัวเอง เป็นการแสดงความเป็นตัวของตัวเอง ออกมาจากการทำงานร่วมกัน

ดร. กวินทร์เกียรติ นนธ์พละ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า สพฐ.ตั้งใจและเต็มที่ในการทำงานร่วมกับ กสศ. 100% จึงขอให้โรงเรียนสังกัดของ สพฐ.ที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง เดินหน้าอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ สพฐ. ได้ให้นโยบายกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และศึกษานิเทศก์ รวมถึงสำนักต่างๆ ในส่วนกลาง ที่ทำงานเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับโรงเรียนที่เข้าร่วมกับ กสศ. โดยขอให้พิจารณานำสิ่งที่ทับซ้อนกับโครงการนี้ออกให้หมดหรืองานใดที่บูรณาการร่วมกันได้ก็ขอให้ทำ ขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มอบหมายศึกษานิเทศก์อย่างน้อย 1 คน รับผิดชอบและไปศึกษาให้เข้าใจถึงเจตนารมย์ ทิศทาง ของโครงการ และสนับสนุนร่วมมือกันทั้งภาครัฐและเอกชน สิ่งสำคัญคือจะเป็นการทำงานบนพื้นฐานงานวิจัย (Based of Research) โดยใช้หลักวิชาเป็นตัวนำ เพราะโครงการนี้ ถือเป็นงานวิจัยที่นำชีวิตนักเรียนเป็นเดิมพัน เพื่อร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กๆ ขณะเดียวกันได้ประสานไปยังเขตพื้นที่ทุกแห่ง ศึกษานิเทศก์ให้มีส่วนร่วมทุกขั้นตอน เพื่อช่วยกันขับเคลื่อน

“เมื่อ กสศ. เครือข่าย สถาบัน หรือองค์กรต่างๆ เคลื่อนออกไปแล้ว จะทำอย่างไรให้โรงเรียนพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องให้ได้ ดังนั้น สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กร ไม่ว่าครู หรือผู้บริหารโยกย้ายต้องเรียนรู้การทำงาน จัดการศึกษาที่ดีสอดคล้องกับบริบทมุ่งให้เกิดความเสมอภาค และไม่ยึดติดกับวิธีการแบบเดิมๆเพราะการศึกษาที่ดีอาจจะไม่มีวิธีการใดที่ถูกต้องเสมอหรือเป็นวิธีที่ดีที่สุด เนื่องจากบริบทต่างกันต้องปรับให้สอดรับเหมาะสม และสามารถปรับปรุงได้ตลอดเวลา และทฤษฎีเป็นเพียงแนวความคิด เครือข่าย สถาบันที่เข้ามาจะเป็นเพียงพี่เลี้ยง โดยทำหน้าที่โค้ชที่ไม่ใช่การบอก หรือสั่ง แต่จะทำให้ครูได้เรียนรู้ ลองวิธีต่างๆ รวมถึงศึกษานิเทศก์ ต้องฝึกฝนตัวเองเป็นโค้ช เพื่อไปทำหน้าที่ (Coaching) ให้โรงเรียนอื่นๆ ในพื้นที่ที่ดูแลให้เกิดการกระตุ้นการเรียนรู้ขึ้นในโรงเรียน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ ไม่ต้องกังวลว่าโครงการนี้จะเดินผิดทาง เพราะ สพฐ. รับรู้และอยากให้ทุกท่านทำอย่างมั่นใจ ทำงานบนพื้นฐานงานวิจัยจริงๆ เพื่อทำให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษาได้อย่างเห็นเป็นรูปธรรม” ดร.กวินทร์เกียรติ กล่าว  

Tag : ที่ปรึกษาทางด้านอสังหาริมทรัพย์ บริการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์ รับปรึกษาพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ รับวิเคราะห์ตลาดก่อนการลงทุน ที่ปรึกษาด้านการลงทุนบ้านจัดสรร ที่ปรึกษาด้านการลงทุนคอนโดมิเนียม ที่ปรึกษาด้านการสร้างอสังหาริมทรัพย์ จัดทำFeasibilityStudy ที่ปรึกษาทางด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ที่ปรึกษาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัทบริหารสินทรัพย์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ บริการวางกลยุทธ์การเลือกทำเลธุรกิจ บริษัทบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ รับบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ บริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ ปรึกษาด้านการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ บริษัทบริหารเงินลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ บริการสำรวจและวิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ รับทำสรุปรายงานสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ บริการการวิจัยและให้คำปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ศูนย์การเรียนรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ วิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ รับทำแผนศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการ ที่ปรึกษาด้านการตลาดอสังหาริมทรัพย์ รับสรรหานายทุนรายใหญ่ รับสรรหานายทุนรายย่อย

ให้ทางเราเสนอตัวอย่าง

Genz Consutant Co., Ltd